เอสซีจีเปเปอร์ ทุ่ม 2 พันลบ.ลงทุน 2โครงการในโรงงานผลิตเยื่อกระดาษ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสาธารณูปโภคจากเชื้อเพลิงชีวมวล ลดมลภาวะ
นายธีระศักดิ์ จามิกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) ในเครือเอสซีจี เปเปอร์ เปิดเผยว่า ทางเอสซีจีเปเปอร์ ได้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมในวงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท ในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการผลิตและระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของ บริษัทฟินิคซฯ ซึ่งตั้งอยู่ ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเยื่อกระดาษจากยูคาลิปตัส โดยโครงการแรก คือ โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสาธารณูปโภคจากเชื้อเพลิงชีวมวล มูลค่าเงินลงทุน 1,400 ล้านบาท เป็นการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องจักรเดิมที่เก่า และประสิทธิภาพในทำงานไม่เต็มที่ ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ 2 ชุด คือ หม้อผลิตน้ำยาเคมีกลับคืน ซึ่ง
เทคโนโลยีสูงสุดจากประเทศฟินแลนด์ กำลังการผลิตไอน้ำ 108 ตัน/ชั่วโมง และกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 9.62 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการที่ 2 คือ โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสิ่งแวดล้อม มูลค่าเงินลงทุน 800 ล้านบาท ซึ่งมีหลายโครงการย่อย อาทิเช่น การเปลี่ยนเครื่องออกซิเจนใหม่ การติดตั้งระบบเพื่อลดการใช้สารเคมีในการฟอกเยื่อ การติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซที่มีกลิ่นจากกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ การติดตั้งเครื่องผลิตก๊าซจากเปลือกไม้ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเตาเผากากปูนขาว การติดตั้งเตาเผากากปูนขาว
ทั้งนี้ ประโยชน์ของโครงการดังกล่าว จะลดกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ ลดกากเหลือทิ้งในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษโดยไม่ต้องกำจัด ด้วยวิธีการฝังกลบภายในโรงงานอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง ที่ปล่อยออกจากโรงงานให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ด้วยการลดใช้ทรัพยากรจากสารเคมีที่ใช้กระบวนการฟอกเยื่อ
“ที่ผ่านมา โรงงานมักจะได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในเรื่องของกลิ่น ที่เกิดจากกระบวนการผลิต ดังนั้น ทางเอสซีจีเปเปอร์ จึงได้อนุมัติงบลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อกำจัดกลิ่น เนื่องจากเรามองว่าการดำเนินกิจการของโรงงานจะต้องรับผิดชอบต่อสังคม และอยู่ร่วมกันกับชาวบ้านได้อย่างมีความสุข โดยการลงทุนใน 2 โครงการนี้ บริษัทได้เตรียมเชิญชาวบ้าน ในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง และมีผู้ส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ ยังได้เตรียมจัดการการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีไอเอ-เอชไอเอ) เพื่อแสดงให้เห็นว่าทางบริษัทดำเนินโครงการอย่างโปร่งใส”
นายธีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังการติดตั้งเครื่องจักรใหม่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสาธารณูปโภคจากเชื้อเพลิงชีวมวล และโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสิ่งแวดล้อม บริษัทจะสามารถผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในกิจการโรงงานได้เพิ่มขึ้น ลดการซื้อไฟฟ้าจากภายนอก และคาดว่าจะลดการใช้น้ำมันเตาที่ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันเตา 5.3 ล้านลิตร/ปี ลดใช้ถ่านหินได้ถึงปีละ 8,000 ตัน จากปัจจุบันที่ใช้ถ่านหินเฉลี่ย 100,000 ตัน/ปี
นอกจากนี้ ยังจะสามารถลดกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษลงได้ถึงร้อยละ 70-80 โดยโครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ และคาดว่าการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ จะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. 2554 ซึ่งเชื่อว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และที่สำคัญ ยังช่วยเพิ่มควบคุมการจัดการสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
RSS Feed
Twitter
Posted in
Tags: 


กรมธุรกิจพลังงาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
สำนักนโยบายและแผนพลังงาน